ตารางเปรียบเทียบฟิล์มสี และฟิล์มสีสไลด์ ตัวไหนดียังไง?

// a r t y t ' s b l o g : บ ล็ อ ก ข อ ง อ า ทิ ต ย์ //

film_ad 2

สิ่งที่เราจะเขียนวันนี้ เป็นบทความที่เราอยากทำมานานมากกก เพราะคิดว่าจะมีประโยชน์อย่างรุนแรงกับคนที่เพิ่งเริ่มใช้ฟิล์ม หรือแม้แต่คนที่ใช้มานานๆแล้วก็ตาม ปัญหาหนักใจของคนเริ่มใช้ฟิล์มแรกๆก็คือ “ใช้ตัวไหนดีวะ” ยิ่งมีตัวเลือกเยอะ บางทีก็งงหนักเข้าไปอีก เวลาจะไปทะเล ใช้ตัวไหนดี?  เวลาจะไปถ่ายแฟน ใช้ตัวไหนดี? ต่อให้รีวิว บางทีมันก็ดูยากกับการเอารูปมาเทียบนี่ เพราะกล้องแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ปัจจัยเยอะมาก แต่สิ่งที่ไม่มีวันเปลี่ยนก็คือคุณสมบัติของฟิล์มแต่ละตัวนั่นแหล่ะ ( อ่านรีวิวเก่าๆเพิ่มเติม เรื่อง “มาเลือกถ่ายฟิล์มสีให้โดนๆ กับ 12 ฟิล์มสีที่หาง่ายๆในตลาด )

ถ้าใครชอบเล่นเกมก็คงจะเคยเห็นบางเกมประมาณว่าจะต้องเลือกตัวที่เราจะออกไปสู้หรืออะไรก็ตาม ไอ้ประเภทมีแถบพลังไอ้ตัวนี้มันเก่งด้านไหน ห่วยด้านไหน เพื่อช่วยในการตัดสินใจเลือกตัวที่เราจะใช้เล่น เราว่าเออ.. มันง่ายดีนะวิธีนี้ ก็เลยคิดว่าจะเอาประสบการณ์จากการใช้ฟิล์มมาหลายๆตัว สรุปออกมาเป็นแถบพลังงี้แหล่ะ!

แนะนำเบื้องต้นก่อน แถบพลังฟิล์มที่ว่านี้ เกิดจากประสบการณ์การถ่ายรูปของเรา +กับข้อมูลพื้นฐานของฟิล์ม ดังนั้นหลายๆตัว เมื่อเกิดการเปรียบเทียบ บางคนอาจจะไม่เห็นด้วย 100% อันนี้ต้องแล้วแต่ความชอบส่วนตัวไปด้วย แต่บอกเลยว่าเราเปรียบเทียบอย่างตรงมาตรงไปที่สุด ดีก็ว่าดี!  ไม่ดีก็ว่าดี! เอ้ย.. ไม่ดี!!

การเปรียบเทียบอันนี้เราแบ่งเป็นฟิล์มสี และฟิล์มสีสไลด์ขนาด 135 หรือ 35mm. และ ฟิล์มสีขนาด 120 นะ

มาดูหลักการวัดก่อน

1. Low Light (แสงน้อย)หมายถึงว่า ฟิล์มตัวนี้ มีคุณสมบัติในการถ่ายในที่แสงน้อยแค่ไหน? ไม่ใช่แค่ว่า ISO สูงแล้วมันจะไวแสงได้ดีกว่าอีกตัวเสมอไปนะ เพราะว่าบางตัวดันมีความยืดหยุ่นมากกว่านั้น ทำให้สามารถ Push ฟิล์ม (ล้างฟิล์มให้มีความไวแสงสูงขึ้นจากค่าปกติ) ได้ดี เผลอๆก็ดีกว่าฟิล์มอีกตัวที่ไวแสงมากกว่าก็เป็นได้

2. Day Light (แสงกลางวัน)หมายถึง ฟิล์มตัวนี้ เหมาะกับการถ่ายกลางวันมากแค่ไหน ในที่นี้คือคาแรคเตอร์ของฟิล์มมันถ่ายกลางวันแล้วได้ผลดีที่สุดของตัวมันเอง + กับการที่มันมีค่า ISO ต่ำด้วย ถ้าตัวไหนมีค่ากลางๆแปลว่า มันถ่ายกลางวันก็โอเค แสงน้อยก็พอไหวงิ ไม่ได้แปลว่ามันห่วยแต่อย่างใด

3. Grain (ความละเอียดฟิล์ม) หมายถึง เนื้อฟิล์ม มีความละเอียด-หยาบแค่ไหน ความหยาบก็ไม่ได้แปลว่าแย่นะ ฟิล์มที่มีความไวแสงสูงส่วนใหญ่มีความหยาบของเนื้อฟิล์มมาก เพื่อรับแสงได้ไว อันนี้ก็เป็นคุณสมบัติส่วนตัว หรือบางตัวละเอียดมากๆ หลายๆคนก็ไม่ชอบนะ มันดูเป็นรูปที่ถ่ายจากกล้องดิจิตอลเกินไปเป็นต้น เพราะฉะนั้น ก็ไม่ได้บอกว่าฟิล์มนั้นๆ ดีหรือแย่ 100% เพียงแต่ช่วยในการตัดสินใจต่อความชอบส่วนตัวและลักษณะงานที่ใช้ในระดับนึง

4. Colorful (ความจัดจ้านของสี) หมายถึง ฟิล์มนั้นๆให้สีที่มากหรือน้อย อาจจะสีสดมากทุกๆสี หรือ สีเหลืองมากๆ เขียวมากๆ อันนี้ไม่ได้ระบุ เพียงแต่ให้สีจัดจ้าน บางคนชอบฟิล์มที่สีสดๆ แต่บางคนอาจจะไม่.. มีหลายคนชอบถามว่า “พี่คะ? ฟิล์มตัวไหนสีจืดๆบ้างคะ?” ไอ้แถบพลังนี่แหล่ะ จะบอกเอง ถ้าค่าน้อยๆก็จืดอะไรแบบนี้

5. Contrast (การไล่ระดับแสง) หมายถึง ฟิล์มตัวนี้ให้ความแตกต่างระหว่างแสงน้อยแสงมากในภาพเดียวแค่ไหน ตอนแรกพยายามหาคำภาษาไทยที่อธิบายได้ง่ายๆอยู่นาน คือมันไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ ตามความเข้าใจของหลายๆคนคือ มืดๆดำๆลึกๆ อะไรแบบนี้ เราเลยสรุปเป็นว่า ถ้าฟิล์มที่มีคะแนนส่วนนี้เยอะ คือมันสามารถไล่โทนตั้งแต่มืดมิดมาสู่สว่างได้อย่างเนียนๆ เก็บรายละเอียดได้ดีแบบนั้น

6. Sharpness (ความคม) หมายถึง ฟิล์มตัวนี้มันให้ภาพที่คมแค่ไหน นอกจากเลนส์ของกล้องจะมีส่วนในการให้ภาพที่คมเป็นหลักๆแล้ว ฟิล์มเองก็ต้องมีคุณสมบัติที่ดีด้วย อันนี้น่าจะเข้าใจไม่ยากเท่าไหร่

7. Portrait…

View original post 238 more words

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s